ต๊ะ ยุทธภูมิ กับการ์ตูนสยองขวัญ เลือดสาด ที่มาพร้อมกับแฟนเซอร์วิส

16 July. 2564

"ปมสยอง" 
การ์ตูนสุดโหดสืบสวนสอบสวน ที่เล่าเรื่องของเหตุการณ์ฆ่าหั่นศพประหลาด ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อยิ่งสืบต่อไปเรื่อยๆ เขาก็พบว่าเรื่องเรามันดำมืดลงไปทุกที

ผลงานสร้างชื่อของ ต๊ะ ยุทธภูมิ นักเขียนผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุคไทคอมิค (นิตยสารการ์ตูนไทยยุค 90) จนถึง Webtoon เรียกได้ว่านักเขียนคนนี้ เป็นนักเขียนผู้ผ่านมาทุกยุค 

ผลงานในยุคนั้นโดดเด่นไปด้วยงานแนวดราม่า ด้วยหน้าตาการ์ตูนหน้าตาน่ารักรวมถึงงานวาดฉากที่สุดเนี๊ยบ ซึ่งต้องยอมรับว่า นี่เป็นอีก 1 ในนักเขียนรุ่นเก๋า (ที่ยังเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพได้จนถึงปัจจุบัน) เป็นนักเขียนที่รักการวาดการ์ตูนจริงๆ ปีที่ผ่านมาในเพจนักเขียนคนนี้ก็ตลบอบอวลไปด้วยดราม่าที่เล่าละเอียดเป็นฉากๆ ราวกับเราไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเองเลย กับแพลทฟอร์มดังที่เขาร่วมงานด้วย เจ้าตัวบอกว่าเขาเพียงระบายความอัดอั้นในใจของเขา แต่สำหรับผม นี่มันมหากาพย์การเปิดโปงครั้งยิ่งใหญ่ชัดๆ!!

-----------------------------------------


ฝากแนะนำตัวหน่อยครับ ผลงานที่ผ่านมา แล้วก็ ผลงานปัจจุบัน

ชื่อ ยุทธภูมิ ตั้งศิริสัมฤทธิ์ ผลงานที่ผ่านมา 
ล่ามหากาฬ 2 เล่มจบ, ต้นสนทรายขาว เล่มเดียวจบ;หนีตายนรก 3/1 15 เล่มจบ, ถนนพระอาทิตย์ 5 เล่มจบ , The Dead หนีตายไวรัสพันธุ์นรก  2 เล่มจบ , about:blank  ช่องว่างไม่ต่างวัย เล่มเดียวจบ
พิมพ์กับ สนพ. วิบูลย์กิจ

แล้วก็มีงานฟรีแลนซ์ต่างๆ, เรื่องเกี่ยวกับผี 3 เรื่อง พิมพ์กับ การ์ตูนไทยสตูดิโอ, การ์ตูนหนัง คนเห็นผี 

แล้วก็ "The Last Avata" วาดตัวนางเอก

และล่าสุด ปมสยอง หนีตายนรก ลงหน้าหลักเว็บตูน ผลงานปัจจุบัน เรื่องปมสยองภาคใหม่ครับ

ผลงานยุคเริ่มต้นของ ต๊ะ ยุทธภูมิ

 

ผลงานล่าสุด ปมสยอง 


เรียกได้ว่า ทำอาชีพเป็นนักเขียนการ์ตูนล้วนๆ เลยสินะครับ
ใช่ครับ ทำเป็นอาชีพมาตั้งแต่เรียน ปวช. ช่างศิลป์ ลาดกะบัง ปี 2 ( ประมาน ม.5)

ต๊ะ ยุทธภูมิ


ทำคนเดียวด้วยใช่เปล่าครับ 

ใช่ครับทำคนเดียว เพราะสมัยนั้น ค่าต้นฉบับการ์ตูนไทยมังงะราคาไม่สูงมาก 250 - 500 บาทต่อหน้า แล้วแต่ สำนักพิมพ์ นักเขียนไม่สามารถจะจ้างลูกมือได้

ดังนั้นส่วนใหญ่ นักวาดไทยเลยวันแมนโชว์ ทำต้นฉบับเองหมด ยิ่งยุคนั้นไม่มีเทคโนโลยีช่วยแบบทุกวันนี้ ก็ค่อนข้างจะลำบากในการสร้างผลงาน แต่ก็สู้กันมาตลอดครับ

 

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีแล้ว แต่ก็ยังทำคนเดียวอยู่นี่ครับ 

ใช่ครับ ปัจจุบันเทคโนโลยี อุปกรณ์ โปรแกรมต่างๆช่วยได้เยอะมาก ไม่ว่าจะเทคนิคการทำฉาก หรือโปรแกรม3D ซึ่งตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยได้เลย ย่นระยะเวลาการปั่นต้นฉบับ ทำให้การทำคนเดียวสะดวกสบายมากขึ้น อีกอย่างส่วนตัวของผม การทำงานหลายคนบางทีมันก็ยุ่งยาก เลยรู้สึกว่าทำคนเดียวมันไวกว่า

 

อุปกรณ์การทำงาน

 

แบบนี้วันนึงพี่ปั่นต้นฉบับได้ทีละประมานกี่หน้าหรอครับ
ปัจจุบันเอาแบบขยันๆมีโปรแกรมต่างๆเข้ามาช่วย แบบว่าตื่นมาตอนเช้า แล้วนั่งปั่นจนถึงเที่ยงคืน พักแค่ตอนกินข้าวบ้างไรบ้าง จะได้ประมาน 3 หน้าต่อวันครับ
เพราะสไตล์งานผมจะเน้นไปเซมิเรียล และข้อมูลที่สมจริง ไม่ว่าจะฉากหรือองค์ประกอบต่างๆในการ์ตูน ดังนั้นเลยค่อนข้างใช้เวลานิดนึง

 

แบบนี้มีวิธีจัดการการทำงานยังไงบ้างหรอครับ เพราะต้องคิดเนื้อเรื่องเองด้วย

ขั้นตอนการทำงานของผมก็ไม่ยุ่งยากครับ เบสิคพื้นๆทั่วไป ส่วนใหญ่ผมจะคำนวนเวลาต่อวันต้องเฉลี่ยให้ได้ 3 หน้า จะได้คำนวนได้ว่าเดือนนึง เราต้องส่งต้นฉบับได้กี่หน้า คิดพล็อตเรื่องคร่าวๆ แล้วจากนั้นก็ร่างสตอรี่บอร์ดพอได้สตอรี่บอร์ดแล้ว ก็จะเริ่มไปเก็บข้อมูล เช่นค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต งานฉากต่างๆ บางทีก็ไปถ่ายรูปจากสถานที่จริง เพื่อจะได้ให้งานการ์ตูนสมจริงมีมิติมากขึ้น เพราะงานสไตล์มังงะ มันต้องเล่าเรื่องด้วยภาพ ดังนั้นองค์ประกอบอื่นๆจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่มีแค่ตัวละครอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อได้ทุกอย่างครบ ก็ลงมือนั่งปั่นต้นฉบับจนเสร็จ

 

อันนี้รวมถึง การจัดการแฟนเพจ และก็ขายหนังสือด้วยใช่เปล่าครับ ที่ทำคนเดียวทั้งหมดเลย

อ่อ 55 จริงๆอันนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมนะ เพราะว่าเกือบ 20 ปี ก็วาดให้ สนพ มาตลอด พอลองมาทำดู ก็เหนื่อยเลย เพราะว่า ยังคงทำคนเดียวอยู่เป็นตั้งแต่ บก. นักวาด รวมไปถึงแพคของ ส่งของ ต้องตรวจทุกอย่างด้วยตัวเองหมด ตั้งแต่ต้นฉบับยันรูปเล่ม

ซึ่งต่างจากสมัยทำ สนพ.ที่วาดอย่างเดียว แล้วส่งต้นฉบับให้กองบรรณาธิการ

แต่งเรื่อง, วาดภาพ, งานขาย, การตลาด, แพคของ ,จัดส่ง ​​นักเขียนผู้ทำทุกอย่างทั้งหมดนี่คนเดียว

 

เหมือนพี่จะมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงต่อวัน 5555

5555 โชคดีว่า ผมเคยปั่นรายสัปดาห์ลงเว็บตูน ก็เลยอัพสกิลการอดนอนและความถึกมาจากที่นั่น ก็เลยลุยๆหน่อย

 

พูดถึงเว็บตูน ก็คือเดี๋ยวบอกคนอ่านก่อนว่า พี่ต๊ะมีผลงานลงเว็บตูนอยู่ 2 เรื่อง คือ ปมสยอง กับหนีตายนรก 3/1 ตอนนั้นคิดยังไงถึงกระโดดเข้าไปสู่วงการเว็บตูนหรอครับ เพราะพวกการเล่าเรื่อง หรือวิธีการอ่าน ค่อนข้างต่างจากการ์ตูนแบบมังงะมากเลย

มันเป็นยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านครับ เป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะช่วงเวลานั้น ผมได้รับข่าวร้ายมาว่า วิบูลย์กิจ จะเลิกทำการ์ตูนไทย (รวมถึงได้ข่าวจาก สนพ อื่นด้วย) แน่นอนว่า นักเขียนหลายชีวิตในไทคอมิค ต้องดิ้นรนหาทางทุกอย่าง เพื่อจะไปต่อกับอาชีพนี้ในตอนนั้นยังไม่มีใครนึกถึงการพิมพ์เองขายเอง เพราะเราเข้าใจว่ามันต้องใช้ทุนเยอะ ประกอบกับ ความเคยชินที่ทำกับ สนพ มาตลอดและในช่วงเวลานั้น ก็มีเว็บคอมิคเกิดขึ้นมา มาจากเกาหลี ซึ่งเรียกกันว่า "มังฮวา" แน่นอนว่าเป็นทางเลือกเดียวตอนนั้นที่มี ก็เลยลองเสนอเนื้อเรื่อง และส่งผลงานไปทางแชทของเพจ LINE WEBTOON

ปรากฎว่า เข้าตาทีมงาน เขาก็ขอดูเรื่องย่อเลยส่งเรื่องปมสยองไป ซึ่งก็ผ่านเลย เขาบอกทางเกาหลีชอบมาก ซึ่งผมก็ต้องปรับตัวปรับลายเส้นพอสมควร เพราะเราอยู่สาย มังงะ  มาทั้งชีวิต แล้วต้องมาปรับให้เป็น มังฮวา แรกๆก็งงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ จะได้รู้ว่า ปัจจุบัน งานการ์ตูนมันมีรูปแบบใดบ้าง เรื่องปมสยองนี่ก็ได้แปลลงเว็บตูน อินโดนิเซียด้วยครับ

สำหรับผมก็ถือว่าคุ้มอยู่ ได้สัมผัสอะไรใหม่ๆแต่สุดท้าย ผมขอกลับมาที่ มังงะ ดีกว่า ซึ่งตอนนี้ ยุคสมัยก็เปลี่ยนไปอีก การเสพงาน การซื้องาน มันสะดวกสบายมากขึ้นเพราะเพลตฟอร์มต่างๆเกิดขึ้นมากมาย และคนชอบซื้อของออนไลน์ 

เราไม่ต้องมีสายส่งแบบสมัยก่อน ขายทางออนไลน์ได้เลย ทำให้เกิดทางเลือกใหม่ๆดังที่เห็นว่า ปัจจุบัน นักวาดมังงะ มาพิมพ์เองขายเองกันเยอะแล้ว และรายได้ดีกว่าตอนทำให้พวก สนพ ต่างๆ ซะอีก เพราะนักวาดรับไปเต็มๆ ถ้ายอดขายดี ก็สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้สบายๆ

 

จริงด้วยครับ พูดถึงเรื่องลายเส้น จาก ต้นสนทรายขาว จนมาถึง ผลงานล่าสุด เส้นเปลี่ยนไปเยอะมาก เห็นมีแว้บไปโมเอะพักนึงด้วย แบบนี้ลายเส้นปัจจุบันก็คือลายเส้นจริงๆ ของพี่ต๊ะใช่หรือเปล่าครับใช่ครับ

555 ตอนนั้นผมก็หลงไปกับกระแสต่างๆ เพราะว่าสมัยนั้นมันเริ่มมีอะไรใหม่ๆเข้ามา แล้วผมก็ชอบลองของใหม่ ไปสัมผัสให้รู้ว่าเราชอบอะไรแบบไหน จนสุดท้ายมาสรุปที่ลายเส้นแบบปมสยองนี่แหละครับ เพราะผมรู้สึกว่า คนวาดมังงะแนวๆลายเส้นแบบนี้มีน้อย ส่วนใหญ่จะไปทางโมเอะ ลายเส้นแบบผู้หญิงก็เยอะ อีกอย่างผมก็ชอบงานแนวดาร์คๆ เลยคิดว่าลายเส้นปัจจุบันนี่แหละ ที่เราชอบจริงๆ ไม่ได้มาปรับกับเรื่องปมสยองครับ แต่เริ่มไปปรับกับเรื่อง "The Last Avata" ที่เป็นงานฟรีแลนซ์ แล้วผมก็ยึดลายเส้นแบบนั้นเรื่อยมา รวมๆแล้วน่าจะ 6-7 ปีแล้วครับ

 

ที่เปลี่ยนลายเส้นมาเป็นแบบนี้รวมถึงสไตล์เรื่องด้วยมั้ยครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เนื้อเรื่องจะหลากหลายเลย ทั้งดราม่า แอคชั่น จนตอนนี้ก็คือมาแนวสยองขวัญครับผม

เพราะผมเองก็ไม่ยึดติดนะว่าต้องวาดแนวเดียว ใจจริงเคยตั้งใจว่าอยากวาดทุกแนวด้วยซ้ำ 555+ เพียงแต่ช่วงหลังๆมาแนวระทึกขวัญหรือสยองมากขึ้น ก็เพราะเราชอบดูซีรีย์ฝรั่งด้วย แนวๆพวก stranger things คือหลังๆผมแทบไม่ได้อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแล้ว ไปติดพวกซีรีย์แทน ก็เลยได้รับอิทธิพลเยอะ เลยอยากจะวาดการ์ตูนให้มันออกมาเหมือนดูภาพยนต์สักเรื่อง ก็เลยมาทางนี้ซะส่วนใหญ่

อีกอย่างช่วงยุคเปลี่ยนผ่านที่หนังสือล้มหาย ผมต้องไปทำฟรีแลนซ์อยู่ปีสองปี ตอนนั้นเลยต้องวาดให้ได้หลายแนว หลายลายเส้นครับ เพราะลูกค้าเขาจะเอางานไม่เหมือนกันบางคนอยากได้โมเอะ บางคนอยากได้เซมิเรียล ตอนนั้นเลยต้องฝึกวาดให้ได้ทุกแนว

"ปมสยอง" ผลงานลายเส้นในปัจจุบัน

 

แบบนี้ถ้าพูดถึงงานพี่แล้ว มีวางแผนไว้มั้ยว่าคนอ่านจะนึกถึงการ์ตูนแนวไหน ถ้ามาอ่านงานของพี่ต๊ะ

น่าจะแนวแบบปมสยองแล้วละครับ 5555 เพราะว่าช่วงหลังๆ ที่มีคนรู้จักเยอะขึ้น เพราะมาจากปมสยองในเว็บตูน คิดว่าภาพลักษณ์ผมน่าจะมาทางนี้แล้วล่ะ นอกจากแฟนการ์ตูนไทยยุคแรกๆ อาจจะจำผมได้ในแนวดราม่า ถนนพระอาทิตย์ แต่เด็กยุคหลังๆจะจำผมในภาพของปมสยองมากกว่าปมสยอง เวอร์ชั่นจัดหน้าใหม่แบบ มังงะ

 

แล้วเบื้องลึกจิตใจของพี่ เป็นคนชอบวาดแนวมาโซคิสด้วยใช่มั้ยครับ ผมเห็นมีหลายๆ ภาพเก่าๆ ในแฟนเพจก็โหดเลือดสาด

อ่อ 5555 ไม่รู้เหมือนกัน แต่ชอบเล่มเกมส์พวกนี้นะ สะใจดี ชอบงานเลือดสาด เพราะรู้ว่ามันเป็นของปลอม 5555+ ถ้าเป็นรูปศพจริงๆเนี่ยไม่กล้าดูเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นหนัง เป็นการ์ตูน เป็นภาพวาด อันนี้ชอบ เพราะว่า เราเรียนช่างศิลป์มาด้วย เขามีสอนวิชากายวิภาค วาดพวกอนาโตมี่ ต้องวาดชำแหละร่างกาย บางทีก็ต้องวาดต่อหน้าครูใหญ่ ( ศพที่เขาอุทิศตัวเป็นแบบอย่างให้ศึกษา) ก็เลยติดมาจากตรงนั้นด้วย เฉยๆกับการวาดร่างกายคนที่ถูกหั่นหรือชำแหละ

ภาพแนวโหดๆ ที่ลงอยู่พักนึงในเพจ

 

แต่เวลาวาดภาพพวกนี้ ต้องมีภาพเรฟด้วยมั้ยครับ ก็ต้องไปดูภาพชวนแหวะอยู่ดีหรือเปล่า ฮาา

มีเรฟศึกษาครับ แต่ไม่ถึงกับเป็นภาพศพคนจริง ส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาดของพวก กายวิภาคศาสตร์ ที่เขาจำลองจากของจริงมาแล้ว ที่พวกนักศึกษาแพทย์หรือพวกเรียนศิลปะศึกษากัน

ใช้เรฟจากพวกหนังสือกายวิภาค

 

แต่ว่า พอเป็นพวก ฉากเลือดสาด ต่อจากนั้นก็คือ ใช้จินตนาการเอาหรอครับ
ใช่ครับ ก็จากสกิลสมัยเรียนช่างศิลป์ด้วย จินตนาการด้วย ก็พอไปวัดไปวาได้อยู่นะ 555

-----------------------------------

ขอวนกลับมาเรื่องเว็บตูนหน่อย เพราะว่าถ้าใครติดตามเพจพี่ต๊ะ ก็คือดราม่าหนักมาก อยากให้แฟลชแบคเล่าหน่อยได้มั้ยครับ เพราะทีแรกเข้าไปเหมือนเป็นแสงสว่างของพี่

ใช่ครับ ตอนแรกเหมือนเป็นแสงสว่างเลย แต่พอไปสัมผัสแล้วสำหรับผมมันไม่ใช่ เพราะว่า ด้วยความที่เราทำ สนพ. มาก่อน เราเลยรู้สึกว่าระบบต่างๆ มันต่างจาก สนพ. มาก แค่การเสนองานก็วุ่นวายมาก หลายขั้นตอน หลาย บก. บางทีรอหลายเดือนกว่าจะรู้คำตอบ ทำให้รายได้ไม่คงที่ 
แล้วก็ช่วงตุนงาน ก็ใช่ว่าจะได้ค่าต้นฉบับเลย ต่างจาก สนพ. ที่คุยงานกับ บก.คนเดียวมีอำนาจตัดสินใจเลยผ่านไม่ผ่าน แล้วสนพ. จ่ายค่าต้นฉบับเป็นหน้า แต่เว็บคอมิคเหมาจ่ายรายเดือนหรือจ่ายเป็นตอน ซึ่งดูแล้วไม่คุ้มเอามากๆ


และที่สำคัญ ข้อจำกัดเยอะ เพราะเขาเน้นเด็ก แต่งานเรามันลายเส้นผู้ใหญ่แนวสยองๆ ทำให้ไปต่อลำบาก แต่ก็เห็นของเกาหลีงานเขาหลากหลายนะ ก็ไม่เข้าใจทำไมของไทยมันมีอยู่แค่นี้ (แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วละ หึหึ)

และก็ที่ไม่ชอบเลยคือ การตัดจบการ์ตูน สำหรับผม มันคือการทำลายงาน โดยเฉพาะทีผมเจอนี่แปลกประหลาดมาก คุยกันมาอย่างดี ว่าจำนวนตอนเท่านี้ พอลงไปได้อาทิตย์เดียว อ้าว มาหั่นจำนวนตอนให้สั้น ให้จบเร็วๆเฉยเลย ทำให้งานมันเสียหาย แต่ดูเหมือนเขาไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ ก็เลย งงๆ แปลกๆ กับระบบวิธีคิดอะไรแบบนี้ วาดการ์ตูนมา 20 ปี ทำมาหลาย สนพ. ก็เพิ่งมาเจอแบบนี้เหมือนกัน ก็เลยคิดว่า แมร่งไม่ใช่ล่ะ เลยออกมาพิมพ์เองขายเอง สบายใจกว่า

และก็คิดถูกจริงๆที่พิมพ์เองขายเอง รู้สึกมีอิสระ สร้างสรรค์ผลงานได้เต็มที่ และรายได้มากกว่าหลายเท่า

 

บก. มีหลายคนแบบโชเนนจัมป์หรอครับ ผมเคยเห็นในซีรีย์ที่จะมีแบบ ประชุม บก. แล้วแต่ละบก. เอางานของนักเขียนที่ตัวเองดูแลมาขายให้ผ่านให้ได้


การประชุม บก. สุดเท่ใน Bakuman (ภาพในจินตนาการ)
 

มันวุ่นวายน่ะครับ ตอนแรกคุยกับคนนี้แล้วผ่าน เอ้า พอเขาเอาไปคุยกับอีกคน ไม่ผ่าน พอผ่านทางไทยครบทุกคนเสร็จ ต้องรออีกว่าส่งไปทางเกาหลีจะผ่านหรือเปล่า ถ้าเกาหลีไม่ให้ผ่าน ไอ้ที่คุยๆมากับทางไทยเป็นเดือนๆ ก็ไม่ผ่านหมด คือแบบ งง แต่ที่เคยทำ สนพ ของไทย จะมีประชุมงานของกองบรรณาธิการ จากนั้น บก.ถึงเรียกเราเข้าไปคุย แล้วผ่านไม่ผ่าน ก็รู้ตอนนั้นเลย

อันนี้กรณีเรื่องที่สองนะ เพราะว่าเรื่องแรกไม่วุ่นวายแบบนี้ แต่พอดีคนเก่าเขาลาออกไป พอผมมาเจอคนใหม่ๆ ก็เจออะไรแบบนี้

 

เข้าใจเลยครับ เหมือนสรุปไม่ได้สักทีแล้วเราก็ต้องมารอ

ใช่ครับ ทำให้รายได้ไม่แน่นอน แล้วพอรู้ผลว่าผ่าน ช่วงตุนงานก็ยังไม่ได้เงินอีก จะได้เงินต่อเมื่ออัพลงแล้ว คือแบบ ค่อนข้างใช้เวลา ถ้าเป็น สนพ ถ้างานผ่านแล้ว ก็คือส่งต้นฉบับก็จะได้เงินเลย แม้จะยังไม่ได้ตีพิมพ์ก็ตาม

สำหรับผม ผมว่าระบบอะไรแบบนี้กดขี่นักเขียนไปหน่อย ไม่ใช่ผมคิดคนเดียว หลายๆคนก็มาบ่นกับผมหลายคนแล้ว แต่ไม่กล้าออกตัวกัน 5555

 

คือถ้าอัพลงแล้ว ก็จะเริ่มคิดเงินเดือนให้หรอครับ แต่เราทำงานไปก่อนแล้วนะ ฮ่าๆ

ใช่ครับ ต้องอัพลงแล้วเดือนนึง ถึงได้เงิน

 

อาจจะเหมือนพนักงานบริษัทครับ ก็คือทำงานเสร็จค่อยได้เงินเดือน

แต่งานหนักกว่าพนักงานครับ ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาตอกบัตร วาดทั้งวันทั้งคืน เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือและการสร้างสรรค์ ผมคิดว่าระบบอะไรมันควรจะมีให้นักเขียนดีกว่านี้


แต่มันก็มีการบวกค่าคอมเพิ่มจากเรตติ้งด้วยใช่มั้ยครับ เท่าที่ทราบๆ มา

ใช่ครับ ต่อรอบสัญญา ถ้าเรตติ้งดีก็เพิ่มเงิน แต่ว่าเทียบแล้วก็ไม่ได้มาก เอาง่ายๆ งานผมไปแปลลงต่างประเทศ คนตามอ่านเกือบสามแสน ผมได้เงินเพิ่มมาเดือนละ 500 บาท 5555+

แสงสว่างเลยดับลงครับ

ยังไงๆ เราก็ไม่ใช่ประเทศเจ้าของ นักวาดบ้านเขาได้เงินเยอะกว่าเราหลายเท่า มีเงินจ้างลูกมือสบายๆ ของเรานี่เหมือน เขาต้องการเอางานเขามาเผยแพร่ ก็เลยมีการ์ตูนไทย ก็นั่นแหละ ออกมาวาดเองขายเอง รวยไปนานแล้ว

 

ผมรู้สึกว่าเหมือนเอานักเขียนไทยมาเป็นตัวประกอบอยู่นิดหน่อย ให้พอเป็นพิธี

ใช่ครับ ตามนั้นแหละ แรงงานต่างด้าว ประมานนั้นเลย

 

แต่เรื่องตัดจบนี่ น่าจะเป็นสาเหตุหลักเลยใช่เปล่าครับ เรื่องนี้น่าจะทำให้เสียความรู้สึกสุดๆ

ใช่ครับ ไม่ชอบวิธีการคิดการทำลายงานแบบนี้ แล้วก็นะ บางเรื่องเรตติ้งต่ำกว่าเรามากกกกกกกกกกกกก จนทุกวันนี้อยู่อันดับต่ำสุด แต่ยังได้วาดลงหน้าหลักมาจนถึงทุกวันนี้ คือแบบ มาตราฐานคือไรนี่ ไม่รู้จริงๆ

 

ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นยังไงบ้างครับพี่

หัวร้อนเลยครับ 55555555555555 แต่ก็พอมาถึงทุกวันนี้ ก็ดีแล้วละ ที่โดนแบบนั้น ไม่งั้นก็คงยังไม่หายโง่ ตอนนี้ออกมาพิมพ์เองขายเอง โคตรสว่างครับ นอกจากจะมีธุรกิจของเราเองแล้ว นักอ่านยังได้สนับสนุนเราโดยตรง มีรายได้มากกว่าหลายเท่า สามารถไปต่อกับอาชีพนี้ได้สบายๆ กล้าพูดได้เลยว่า อาชีพนี้ไม่ไส้แห้งอีกแล้ว แต่งานต้องมีคุณภาพนะ

หนังสือปมสยอง ที่นักเขียนลงมาดูแลเองจนถึงขั้นตอนการผลิต และขายตรงไปที่นักอ่านเลย
 

เหมือนออกมาทำธุรกิจการ์ตูนของตัวเองแล้ว แต่มันจะมีงานอีกเยอะแยะเพิ่มจากที่อยู่ดีๆ เขียนการ์ตูนอย่างเดียวนี่ครับพี่

ก็มีอยู่ครับ แล้วแต่คนถนัดเลย แต่ถ้าอยากวาดแต่การ์ตูนอย่างเดียวแล้วมีรายได้ที่ไปต่อได้ การมาวาดเองขายเอง เป็นทางเลือกที่ดี นี่มีมิตรสหายหลายคนมาวาดเองขายเอง ผลตอบรับก็ดีเกินคาด บางคนพรีรอบแรกได้พันเล่มเข้าไปแล้ว
​​อันนี้หมายถึงสายมังงะ ที่วาดเป็นเรื่องๆพิมพ์เป็นหนังสือขายนะ

 

แบบนี้ก็คล้ายๆ เป็นตลาดออริจินอลโดจินมั้ยครับ คือมันจะไม่ถึงกับเป็นตลาดแมส ลงตามร้านหนังสือ

อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องทางโดจินเท่าไหร่ แต่ที่ผมทำกับเพื่อนๆเนี่ย พยายามทำให้เหมือน สนพ. คือทั้งรูปเล่มและเนื้อหา เพียงแต่เราพิมพ์ด้วยกระดาษที่ดี ราคาอาจจะสูงกว่า สนพ. ทั่วไป แต่ไม่รู้เรียกโดจินได้ป่าวนะ อันนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องจริงๆ ฮ่าๆ

อาจจะไม่ได้วางขายตามร้านหนังสือ แต่ว่า ทุกวันนี้ สนพ. การ์ตูนญี่ปุ่น เขาก็ขายทางออนไลน์กันเยอะ น่าจะประมานกันอย่างวิบูลย์กิจนี่ ก็เห็นมีพรีออเดอร์บ้าง สั่งซื้อทางเพจ ไรแบบนี้

 

ก็คือเน้นขายในออนไลน์เป็นหลัก

ใช่ครับ เพราะเราขายแบบพรีออเดอร์ด้วยครับนักวาดอย่างเราๆ ไม่มีทุนหนาแบบพวก สนพ ดังนั้นนักเขียนที่วาดเองขายเอง จึงใช้วิธีพรีออเดอร์ พิมพ์ตามจำนวนครับผม มันปลอดภัยกว่า เงินทุนไม่ไปจมครับ สามารถไปต่อได้ยาวๆ

 

ราคาหนังสือพอคเกตบุ๊คการ์ตูนไทย ปัจจุบัน 150-300 บาท แบบของพี่ต๊ะก็จะสูงกว่านั้น เพราะพิมพ์ตามออเดอร์ที่สั่ง แบบนี้หมายความว่า ราคาไม่ค่อยมีผลกับคนอ่านหรือเปล่าครับ

ไม่มีผลเท่าไหร่ครับ ของผม 350 บาท แต่ก็ 200 หน้าเลยนะครับ 555+ ทุนต่อเล่มผมสูงอยู่ ซึ่งผมดูตลาดแนวๆนี้ บางคนราคาสูงกว่าผม พิมพ์แค่ 50-70 หน้า ก็ยังขาย 400+ ได้สบายๆ ผมเลยคิดว่า นักอ่านหรือแฟนการ์ตูนที่ชื่นชอบงานเขาน่าจะพร้อมอุดหนุนถ้ามีโอกาส อีกอย่างที่ผมดูจากเพื่อนๆ ก็ทำมาเพื่อให้สะสมด้วย เพราะใช้กระดาษพิมพ์เกรด A เพื่อจะเก็บหนังสือได้นานๆ และก็เราเน้นคุณภาพงานภาพด้วย ก็เท่าที่ขายมา ก็ไปได้ดีครับคืออันนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ของผมเหมือนกันนะ

ตอนแรกผมก็คิดว่าราคานี้จะมีคนซื้อไหม แต่พอลองขายไป 4 เล่มแล้ว ต้องยอมรับว่า มีคนที่ชอบหนังสือ และพร้อมจ่าย อันนี้ยืนยันว่ามีจริงครับ


ผมเห็นมีนักเขียนไทยหลายคน ก็เปิดพรีกัน การ์ตูนแนวซีรีย์ กระแสมันจะมาดีช่วงเล่ม 1 หลังจากนั้นมันดรอปลงเรื่อยๆ แบบนี้พี่มีวิธียังไงที่จะเลี้ยงกระแส มีเคล็บลับมั้ยครับ นี่ทำมา 4 เล่มแล้วยังดูกระแสดีไม่ตก

ของผมเอามาจากเว็บตูนมารวมเล่มด้วยครับ เลยมีแฟนการ์ตูนที่เขาอยากสะสมอยู่แล้ว ก็เลยยังได้ฐานลูกค้าเดิมๆอยู่ ที่เขาอ่านจบแล้วเขาชอบอยากสะสมเป็นหนังสือ ตรงนี้ผมเลยไม่ค่อยมีปัญหา

ส่วนเคล็ดลับคงไม่มีครับ 555+ คงต้องบอกแบบเบสิคๆ อันนี้คือ ผมบอกตัวเองด้วยนะ คือ ต้องวาดให้สนุก ให้ได้อ่ะครับ ถ้ามันสนุก ยังไงคนก็ต้องตามอ่าน แต่ถ้าไม่สนุก คนเบื่อ ก็เลิกซื้อ ที่สำคัญคุณภาพงานภาพอย่าตก คือผมก็เป็นนะ ซื้อการ์ตูนมาอ่าน หลังๆคนวาดเผางาน ลายเส้นห่วยลง เนื้อเรื่องเริ่มไม่สนุก ก็เลิกซื้อเหมือนกัน

 

แสดงว่าคนตามมาจากเว็บตูนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักเลยหรือเปล่าครับ

ก็น่าจะแบบนั้นด้วยครับ แต่ก็มีคนไม่ได้มาจากเว็บตูนเยอะอยู่เหมือนกัน คือเป็นกลุ่มที่อ่านไทคอมิค แล้วเคยอ่านงานผม ก็เลยมาตามต่อที่เพจมาอุดหนุนงาน เพราะเท่าที่ผมคุยกับลูกค้าก็จะแบบส่วนใหญ่ผู้ใหญ่โตแล้วทั้งนั้นครับ ไม่ค่อยมีเด็กเรียกว่ากลุ่มคนรักหนังสือดีกว่าครับ แล้วชอบการ์ตูนไทยด้วย เพราะผมเห็นหลายคนที่อุดหนุนงานผม แล้วก็ไปซื้องานของเพื่อนๆผมด้วย เหมือนเขาจะสะสมหนังสือการ์ตูนไทย ประมานนั้นจริงด้วยครับ

 

ในกลุ่มเว็บตูนคนอ่านหลักน่าจะเป็นเด็กๆ อาจจะไม่ค่อยยอมจ่ายหรือเปล่าครับ เพราะในเว็บตูนก็อ่านฟรีด้วย

ใช่ครับ เพราะราคาหนังสือ 300-400+ คนที่ซื้อคือกลุ่มลูกค้าที่วัยทำงานแล้ว ดังนั้นฐานลูกค้าของผมจะเป็นคนวัยทำงานแทบจะ 90% ครับ มีทุกอาชีพ ทหาร ตำรวจ แพทย์ บลาๆๆ มีครบครับผมถึงไม่วาดแนวโรแมนติกแบบเว็บตูนไงครับ เพราะมันตีตลาดเด็ก แต่งานแนวแบบผมตีกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ

 

แสดงว่ายังมีคนอ่านการ์ตูนอยู่เยอะนะครับ

โอวว เยอะมากครับ ผมถึงบอกว่า ผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน 5555 ตอนแรกจะพิมพ์ขาย ก็มีคนบอกว่า หนังสือตายแล้ว คนอ่านแต่อีบุ๊ค ขายไม่ออกหรอก แต่พอมาขายจริงๆ หนังสือไม่ตายครับ 5555 อายุเยอะก็ยังอ่านการ์ตูนกันเพราะว่าคนรุ่นนี้โตมากับหนังสือด้วย

 

แค่วิธีขายเปลี่ยนไป

ใช่ครับ แค่นั้นจริงๆ ยิ่งตอนนี้นักอ่านได้เจอนักเขียนที่ชอบด้วย หมายถึง ได้ใกล้ชิด ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่ต้องวิ่งไปที่แผงหนังสือ นี่คือซื้อโดยตรงกับคนวาดได้เลย

แล้วเขาจะรู้สึกเหมือนว่าได้สนับสนุนนักวาดที่เขาชอบโดยตรง มันรู้สึกดีมากกว่า ที่รู้ว่านักเขียนที่ัตัวเองชอบโดนเอาเปรียบจากนายทุนไรแบบนั้น

 

 

ซึ่งแบบนี้ที่พี่สื่อสารในเพจ ทั้งเรื่องดราม่าต่างๆ นี่ก็ส่งผลถึงความรู้สึกของคนอ่านแล้วกลายมาเป็นแรงสนับสนุนด้วยใช่มั้ยครับ

มั้งครับ 555 จริงๆตอนแรกคือบ่นไปเรื่อย เพราะหัวร้อน เลยมาบ่นในเพจ แต่ว่า มันก็คงจะไม่ใช่ผมคนเดียว เพราะมีนักวาดอีกหลายคนที่เจอไรแบบนี้ ซึ่งคิดว่านักอ่านก็คงจะรับรู้เรื่องราวไรแบบนี้อยู่แล้ว เขาเลยเห็นใจนักวาดกัน และก็พร้อมสนับสนุนนักวาดที่เขาชอบ เออ แต่มีคนบอกเหมือนกันครับ ว่าผมบ่นบ่อย จนเขารู้สึกว่าสนิทกัีบนักวาดไปเลย 555555

ซึ่งโอเคนะ ผมชอบแบบนี้แหละ เพราะเราก็แค่คนวาดการ์ตูนที่หาเลี้ยงชีพด้วยอาชีพนี้ ไม่ใช่นักเขียนเซเลปที่ต้องวางตัวไรมาก เกรียนไปเรื่อย

ปมสยอง ภาพซ้าย ฉบับ Director's cut / ภาพขวา ฉบับบน เว็บตูน ที่โดนเซนเซอร์

 

เรื่องปมสยอง เห็นว่าจะมีการรวมจักรวาลกับ หนีตาย 3/1 ด้วย อันนี้จะเป็นรูปแบบยังไงหรอครับ เรื่องราวมันจะเชื่อมต่อกันหรอครับ

เรื่องหนีตายนรก 3/1 เป็นภาคภาคเสริมปมสยอง จะมีปมปริศนาตัวเลขอันใหม่ ซึ่งผมจะให้ทั้งสองเรื่องนี้ มาเชื่อมโยงให้มาอยู่ด้วยกันในภาคใหม่ ก็คือ ตัวละครหลักในหนีตายกับทีมสืบสวนตัวละครหลักในปมสยอง จะมาร่วมทีมกันครับ พร้อมกับปริศนาอันใหม่ ที่โหดกว่าเดิม

ส่วนเนื้อเรื่องเชื่อมกันแต่แรกแล้วครับ ถ้าใครอ่านหนีตายในเว็บตูนมา ก็จะรู้ว่านางเอกหนีตายคือน้องสาวของนางเอกปมสยอง

ในปมสยอง นางเอกไปเจอห้องทดลองในป่า  แต่ในหนีตาย น้องสาวนางเอกไปเจอห้องทดลองในเกาะ  ซึ่งมันเชื่อมโยงกันหมด

ถ้าเป็นเกมส์ก็คือมีสองแผ่น แยกกันไปแต่ละที่ แต่ว่าอยู่ในช่วงระยะเวลา เหตุการณ์เดียวกัน

 

หนีตาย 3/1 ในหนังสือนี่คือจะวาดใหม่หมด จะไม่เอาจากในเว็บตูนมา และ อีกอย่างเว็บตูนเป็นมุมมองพระเอก แต่ในหนังสือจะเปลี่ยนมาเป็นมุมมองนางเอก เหตุการณ์ใหม่ๆที่โหด เร้าใจกว่าเดิม

หมออร กับ มนต์อัปสร

 

พูดถึง หมออร กับมนต์อัปสรที่เป็นพี่น้องกัน นี่เป็นตัวละครที่ทำให้คนน่าจะจำการ์ตูนพี่ได้ดีเลยนะครับ แถมมีแฟนเซอร์วิสอยู่บ่อยๆ

ที่คนจำได้เพราะว่าผมเน้นนมเป็นหลักครับ ทั้ง 2 ตัวละครนี่ จะนมใหญ่ครับ ในเว็บตูน จะโดนเซนเซอร์บ่อย แต่เดี๋ยวในภาคใหม่ เซอร์วิสแน่ครับ 55

 

แบบนี้วางแผนปมสยองยาวไปกี่เล่มหรอครับ

เบื้องต้นภาคใหม่ ความยาวน่าจะประมานในเว็บตูน คือ 4-5 เล่ม ต้องดูต่อว่า หลังจากนั้นเนื้อเรื่องมันไปต่อได้อีกไหม ไปได้ก็ไป ถ้าไม่ได้ ก็จบแล้ววาดเรื่องใหม่ อีกอย่าง ตอนลงเว็บตูน ข้อจำกัดเยอะ เลยอยากวาดแบบไม่มีข้อจำกัดดู อยากวาดให้เต็มที่ แล้วรอดูผลหลังจากนั้น

 

ถามอีกนิด ทำงานแบบ มีบก. กับไม่มีบก. ต่างกันเยอะมั้ยครับ ปกติ บก. นี่จะช่วยคอมเม้นท์งานเราด้วย พอไม่มี บก. ต้องตัดสินใจด้านเนื้อเรื่องเองหมดใช่เปล่าครับ

ใช่ครับ คือ ถ้าเริ่มต้น มี บก. ก็ดีครับสำหรับมือใหม่ แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า ผมก็ทำงานมานาน ควรจะเป็นอิสระสักที เพราะช่วงหลังๆ เจอ บก.ใหม่ๆ บางคนนี่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการ์ตูนก็มี แล้วก็มันไม่เหมือนพวก บก.มืออาชีพแบบญี่ปุ่นเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่าบางทีเขาก็ไม่เข้าใจในงานหรือตัวตนของเรา  แต่พอมาทำเอง รู้สึกดีกว่าเยอะมาก คือมันอิสระมากขึ้น อย่างน้อยก็เป็นตัวตนเราเต็มที่  ต้องตัดสินใจไรเองคนเดียว จากนั้น ที่เหลือ ก็อยู่ที่นักอ่านแล้ว ว่าจะตัดสินงานเรายังไง

 

สุดท้ายละครับพี่ อยากให้ฝากผลงาน แล้วก็มีอะไรฝากถึงคนอ่านหน่อยครับ

อย่างที่ผมเคยพูดมาเสมอๆในเพจ ว่าถ้านักอ่านเจอนักวาดที่ตัวเองชอบ แล้วเขาวาดเองขายเอง ไม่่ว่าจะเป็นใคร อุดหนุนเขาเถอะครับ ทำให้เขาสามารถไปต่อกับอาชีพนี้ได้ด้วยขาของตัวเอง  มันดีมากๆครับ และก็อยากจะฝากเรื่องปมสยอง ภาคใหม่ด้วย เป็นงานที่ผมตั้งใจวาดมาก ตั้งใจทำกว่าเรื่องอื่นๆ  ทำเต็มที่จริงๆกับเรื่องนี้  ขอฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับ  มาร่วมสานฝัน การ์ตูนมังงะไทยไปด้วยกัน ขอบคุณครับ

 

ติดตามผลงาน และสั่งซื้อหนังสือซีรีย์ "ปมสยอง" ได้ที่นี่
https://www.facebook.com/Yuttapoomcomic/

 

 

 

บล็อกอื่นๆ

All Comment (0)